วันรุ่งขึ้น หนังสือพิมพ์เอคโค เดอ ฟร็องส์ ตีพิมพ์บทความที่น่าสนใจ
Echo de France: "การหายตัวไปอย่างลึกลับของไข่มุกดำแห่งตระกูลด็องดียอได้สิ้นสุดลงแล้ว หลังจากตกอยู่ในมือของอาชญากรผู้โหดเหี้ยม ไข่มุกอันล้ำค่าได้ถูกกู้คืนโดยบุคคลผู้ปรารถนาดี ซึ่งได้ส่งคืนให้แก่ทายาทโดยชอบธรรมของตระกูลด็องดียอแล้ว ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จครั้งนี้ด้วย"
หลายวันต่อมา ขณะที่ผมนั่งอยู่ในห้องทำงานของผม มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
Narrator: "เชิญ"
ประตูเปิดออก และชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งเดินเข้ามา — มันคือกรีโมด็อง หรือที่จริงแล้วคืออาร์แซน ลูแปงนั่นเอง
Arsène Lupin: "สวัสดีครับเพื่อนรัก"
Narrator: "ลูแปง! คุณมาที่นี่ได้ยังไง?"
Arsène Lupin: "ง่ายมากครับ ผมแค่เดินผ่านประตูมา เหมือนที่มนุษย์ทั่วไปทำกัน"
เขาหัวเราะและนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามผม
Arsène Lupin: "ผมมาเพื่อบอกลาครับ"
Narrator: "บอกลา? คุณจะไปไหน?"
Arsène Lupin: "อเมริกา ครับ มีเรื่องให้ต้องจัดการที่นั่น"
Narrator: "แล้วไข่มุกดำล่ะ?"
Arsène Lupin: "ส่งคืนเจ้าของโดยชอบธรรมแล้วครับ — หรือจะพูดให้ถูกก็คือ ทายาทของเจ้าของเดิม"
Narrator: "คุณหมายถึง...?"
Arsène Lupin: "ไข่มุกดำเป็นสมบัติของตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่ล้มละลายไปนานแล้ว เคาน์เตสด็องดียอซื้อมันมาโดยไม่รู้ประวัติที่แท้จริง ผมจึงคืนมันให้ทายาทที่ควรได้รับ"
Narrator: "โดยไม่รับอะไรตอบแทน?"
ลูแปงยิ้มอย่างมีเลศนัย
Arsène Lupin: "ใครบอกว่าผมไม่ได้รับอะไรตอบแทนครับ? ความสุขที่ได้เห็นความยุติธรรมเกิดขึ้น — นั่นคือรางวัลที่ประเมินค่ามิได้"
เขาลุกขึ้นยืนและยื่นมือมาให้ผม
Arsène Lupin: "ลาก่อนครับ เพื่อนรัก แล้วพบกันใหม่"
Narrator: "แล้วไข่มุกดำล่ะ? เรื่องจริงคืออะไร?"
ลูแปงหันกลับมาที่ประตู ดวงตาของเขาเป็นประกาย
Arsène Lupin: "เรื่องจริงก็คือ... ไข่มุกดำยังคงเป็นปริศนา เช่นเดียวกับตัวผมนั่นแหละครับ"
เขาหายไป และผมไม่ได้ยินข่าวคราวของเขาอีกเลยเป็นเวลาหลายเดือน